4 ขั้นตอนเอาตัวเอง และรถยนต์ให้รอดจากหน้าฝน

roojai
  • เช็คอุปกรณ์ปัดน้ำฝน  

ในการเดินทางที่ฝนตกลงมาอย่างหนักจะทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นการขับขี่ของเราแย่มาก และถ้ายิ่งที่ปัดน้ำฝนไม่สามารถทำงานได้อย่างดีแล้วล่ะก็ คงเป็นเรื่องลำบากแน่ๆ ดังนั้น ควรตรวจเช็คทั้งก้านที่ปัด รวมถึงเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนถ้ามีการใช้งานมาเป็นระยะเวลาแล้วเพื่อให้สามารถช่วยปาดน้ำฝนออกจากด้านหน้ารถเราได้อย่างดี 

  • ตรวจดูระบบไฟด้านหน้ารถ  

เพราะหากสายไฟต่างๆ มีการฉีกขาดอยู่ เมื่อโดนน้ำฝน หรือน้ำที่ท่วมขังอยู่บนท้องถนนอาจทำให้เกิดการรัดวงจรสร้างความเสียหายให้กับรถคุณและอาจสร้างอันตรายให้กับตัวคุณด้วย ดังนั้นควรตรวจเช็คให้ดีหากพบว่ามีการชำรุดฉีกขาดควรรีบไปเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย รวมถึงไฟด้านรถทั้งไฟส่องสว่างปกติ ไฟตัดหมอก หรือไฟเลี้ยวต่างๆ เพราะถือเป็นอีกสิ่งที่จะเป็นในเวลาเดินทางช่วงฝนตกเลยทีเดียว 

  • เช็คยางบริเวณประตูและรอบกระจกรถ 

สาเหตุนี้อาจมาจากการใช้งานรถมาเป็นระยะเวลานาน และไม่ได้มีการดูแลรักษาที่ดีอาจมีการตากแดดจนยางเสื่อมสภาพไม่สามารถกันน้ำภายนอกเข้ามาในรถได้ เมื่อเจอน้ำท่วมขังหรือฝนตกขณะเดินทางก็จะทำให้น้ำภายนอกรถเข้ามายังภายใน กลายเป็นปัญหาความชื้นภายในรถไปอีกด้วย ดังนั้นควรตรวจเช็คและเปลี่ยนให้เรียบร้อย 

  • ควรล้างรถและทำความสะอาดหลังจากเปียกฝนมา  

อาจจะเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือเร็วกว่านั้น ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองที่มากับฝนทำลายสีรถของเรา หรือคราบบางจุดที่จะขัดออกยากมากยิ่งขึ้น ควรล้างและเคลือบกันสนิท เคลือบสีให้เรียบร้อยเพื่อเวลาโดนฝนจะได้ไม่เลอะเทอะ  

และที่สำคัญ อย่าลืมที่จะทำประกันชั้น 3 ของบริษัท roojai ไว้ด้วยนะคะ เพื่อให้ประกันชั้น 3ช่วยคุ้มครองคุณอีกแรง เพราะประกันชั้น 3 จะให้ความคุ้มครองชีวิต( ส่วนที่เกินจาก พรบ รถยนต์ ) และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณี อีกทั้งประกันชั้น 3 ยังคุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่ และผู้โดยสารของผู้ทำประกัน(ส่วนที่เกินจาก พ.ร.บ.) อีกด้วย