การทำธุรกิจค้าขายออนไลน์นั้น มีมากมายหลายทางที่เราสามารถทำได้ ซึ่งการจะขายอะไรนั้น ย่อมต้องมีข้อมูลพร้อมและการลงทุนต่างๆ เพื่อให้ได้ของซื้อขายที่ราคาที่ดีกว่า วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “ธุรกิจเกี่ยวกับการขายส่งออนไลน์ ซื้อมาขายไปอย่างไรให้ปัง” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!!
การขายของออนไลน์คืออะไร?
ธรุกิจการขายของออนไลน์ คือ การการขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า E-Commerce นับเป็นธุรกิจที่ขยายวงกว้างมากขึ้นทุกวัน ๆ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีอิทธิพลในการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์ ประกอบกับการซื้อขายผ่านออนไลน์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าร้านค้าปลีก เพราะไม่ว่าคุณอยู่ที่ใด คุณก็สามารถขายสินค้าของคุณได้บนแพลตฟอร์ม และเว็บไซต์ที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางนั้นเองครับ
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจขายของออนไลน์
●กำหนดงบลงทุน และเลือกสินค้าที่จะขาย วงเงินหรืองบการลงทุน นับว่าเป็นสิ่งแรกที่ต้องวางแผนงบการขายสินค้า เพราะจะเป็นตัวกำหนดให้เราใช้เงินลงทุนในงบที่กำหนด ป้องกันการใช้งบบานปลาย สิ่งที่ควบคู่กันมาก็คือ การหาสินค้ามาขาย ควรเริ่มต้นจากความชอบของผู้ค้า และเช็กความต้องการของลูกค้าในตลาดรวมถึงการมองหา “แหล่งสินค้า” ที่จะนำมา “ขายของออนไลน์” โดยสามารถหาซื้อในปริมาณมากๆ ที่ราคาถูกเพื่อลดต้นทุนนั้นเองครับ
●ช่องทางการขายสินค้า เลือกให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ช่องทางการขายสินค้าออนไลน์มีหลากหลาย เช่น ขายบน เว็บไซต์ ที่เปิดใหม่ขึ้นเอง ซึ่งแม้จะต้องลงทุนเพื่อทำเว็บไซต์ของตัวเอง แต่ก็มีข้อดี คือ สามารถบริหารจัดการหน้าร้าน การแสดงผล รวมถึงฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ตามที่ต้องการ
●ทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย พ่อค้าและแม่ค้ามือใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ “การตลาดออนไลน์” หรือการโปรโมทร้านค้าผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นอย่างมากครับ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมทผ่าน Facebook, TikTok, Twitter หรือ Instagramนั้นจะช่วยเพิ่มช่องทางการขายและสร้างฐานการตลาดได้เป็นอย่างดีเลยหล่ะครับ
●ช่องทางการชำระเงิน ผู้ค้าควรจัดเตรียมช่องทางการชำระเงินให้มีความหลากหลาย เพื่อความสะดวกแก่ลูกค้าเวลาชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงินปลายทาง, การโอนจ่ายเงินผ่าน e-Banking, การจ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต, จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส, จ่ายผ่านบัญชีออนไลน์อื่น ๆ (PayPal, Rabbit LINE pay, mPay) รวมถึงควรระบุค่าธรรมเนียมในการจัดส่งให้ชัดเจนด้วย
ข้อดีของการขายของออนไลน์น่ารู้
●การขายของออนไลน์ใช้งบประมาณน้อย เพราะไม่ต้องเสียค่าที่หรือหน้าร้าน ในการทำธุรกิจออนไลน์ คุณไม่ต้องมาคำนวณงบประมาณค่าที่สำหรับเช่าหรือซื้อหน้าร้าน ซึ่งงบประมาณจากค่าเช่าที่นั้น คุณสามารถนำมาทำการตลาดออนไลน์อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพได้เลย และยิ่งปัจจุบันเว็บไซต์สำเร็จรูปหรือการสร้างเว็บไซต์ฟรีต่าง ๆ ก็มีให้คุณเลือกใช้ได้มากมายอีกด้วย
ค้าขายออนไลน์จะต้องเสียภาษีอย่างไรบ้าง?
1. หักค่าใช้จ่ายตามจริง ผู้ค้าออนไลน์ที่มีต้นทุนสูงในการขายสินค้า เหมาะกับการยื่นภาษีแบบหักค่าใช้จ่ายตามจริง เพราะวิธีนี้จะทำให้คนที่มีต้นทุนสูงสามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงด้วย ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายไปแล้ว เงินได้สุทธิที่ต้องนำมาคำนวณภาษีก็จะลดลงตามไป โดยวิธีนี้ต้องจัดเก็บรวบรวม “บัญชีรายรับรายจ่าย” พร้อม “หลักฐาน” ไว้ให้ครบถ้วนเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ และช่วยลดความสับสนเมื่อต้อง ยื่นภาษี
2. หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% เหมาะกับใคร ? ผู้ค้าออนไลน์ที่มีกำไรเยอะ เช่น กำไรที่แท้จริงหักค่าใช้จ่ายแล้วมีมากกว่า 40% หมายความว่าต้นทุนของธุรกิจจะน้อยกว่า 60% ของรายได้ทั้งหมด กรณีนี้แนะนำให้เลือกใช้การยื่นภาษีแบบเหมา ซึ่งข้อดีของการยื่นแบบนี้ คือไม่ต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่ายใดๆ กับกรมสรรพากร และทำให้เราได้ประโยชน์ทางภาษีในส่วนต่างของต้นทุนที่แท้จริง กับค่าใช้จ่ายแบบเหมาเหมาในอัตรา ร้อยละ 60 นั้นเองครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ธุรกิจเกี่ยวกับการขายส่งออนไลน์ ซื้อมาขายไปอย่างไรให้ปัง” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ที่ดีครับ
